ดินเค็ม คือ ดินที่มีปริมาณเกลือที่ละลายน้ำได้มากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อพืช ดินเค็มในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ดินเค็มบก ดินเค็มชายทะเล
1. ดินเค็มบก มีทั้งดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และดินเค็มภาคกลาง
1.1 ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดจากน้ำละลายเอาหินเกลือใต้ดินซึ่งเป็นแหล่งเกลือที่มีอยู่ตามธรรมชาติในดินขึ้นมาสะสมในบริเวณที่ลุ่มต่ำทำให้ดินในบริเวณนั้นและบริเวณใกล้เคียงเปลี่ยนสภาพเป็นดินเค็ม ซึ่งกระจายเป็นหย่อม ๆ ความเค็มมากน้อยขึ้นอยู่กับอิทธิพลของหินเกลือที่มีอยู่ สำหรับดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งออกได้ดังนี้
- บริเวณที่มีคราบเกลือมากกว่า 50 % ของพื้นที่ มีเนื้อที่ประมาณ 2 แสนไร่เศษ ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ในบริเวณนี้
- บริเวณที่มีคราบเกลือ 10 - 50 % ของพื้นที่มีเนื้อที่ประมาณ 1.3 ล้านไร่ บริเวณนี้จะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชทำให้ผลผลิตต่ำมาก
- บริเวณที่มีคราบเกลือ 1 - 10 % ของพื้นที่มีเนื้อที่ประมาณ 4 ล้านไร่ บริเวณนี้จะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชทำให้ผลผลิตต่ำ
- บริเวณที่ปัจจุบันยังไม่เป็นดินเค็ม แต่ศักยภาพเป็นดินเค็ฒเนื่องจากมีน้ำใต้ดินเค็มพบในบริเวณพื้นที่ราบลุ่ม มีเนื้อที่ประมาณ 16 ล้านไร่ ซึ่งมีการตัดไม้ทำลายป่าทำไร่เลื่อนลอยเพิ่มมากขึ้น ดินเค็มประเภทนี้ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น
ดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกิดขึ้นมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า หรือการเปิดป่าขยายพื้นที่เพาะปลูก ทำให้พื้นดินไม่มีสิ่งปกคลุม น้ำจะละลายเกลือซึ่งอยู่ใต้ดินระเหยขึ้นสู่บรรยากาศ ทำให้ส่วนที่เป็นเกลือตกค้างและสะสมอยู่ในดินและที่บริเวณผิวดินหรือเกิดจากการทำนาเกลือแล้วปล่อยน้ำทิ้งให้ไหลไปสู่บริเวณข้างเคียง ทำให้มีการแพร่กระจายของดินเค็มได้หรือการทำเหมืองเกลือ โดยกรรมวิธีที่ใช้น้ำลงไปละลาย เกลือหินใต้ดินและสูบสารละลายเกลือขึ้นมา ฯลฯ เป็นต้น วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่จะทำให้ดินเค็มมีการแพร่กระจายได้ทั้งสิ้น
การแก้ไข ทำได้โดยการใช้น้ำชะล้างเกลือที่มีอยู่ในดินให้ละลายออกไปเพื่อทำให้ความเค็มในดินเจือจางลงพอที่จะใช้พื้นที่นั้นทำการเพาะปลูกพืชทนเค็ฒบางชนิดได้ ส่วนการปรับปรุงบำรุงดินก็มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ได้แก่ การไถ่พรวนเพื่อปรับระดับพื้นที่ การปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด เช่น ถั่วพุ่ม โสน ฯลฯ การใช้แกลบปรับปรุงบำรุงดิน การใช้ปุ๋ยหมัก การใช้พันธุ์พืชทนเค็มปลูก
2. ดินเค็มชายทะเล เป็นดินที่เกิดจากตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาตกถมในทะเลบริเวณปากกแม่น้ำลำคลองแถบชายฝั่งทะเล ทำให้ดินในบริเวณนี้เค้ฒจนพืชธรรมดาไม่สามารถจะขึ้นได้นอกจากพืชประเภททนเค็ม เช่น โกงกาง แสม ลำพู ประสัก ตะบูน และอื่น ๆ รวมเรียกว่าป่าโกงกาง หรือป่าชายเลน เนื้อดินจะเป็นดินตมหรือดินเลนสีเทาหรือสีน้ำเงินปนเทา มีสารประกอบพวกกำมะถันอยู่มากจึงเป็นสภาพเป็นดินเค็มที่มีกรดกำมะถันแฝงอยู่ และถ้าดินเค็มนี้แห้งคุณสมบัติของดินจะเปลี่ยนไปกล่าวคือความเค็มจะลดลง และจะเปลี่ยนสภาพเป็นดินกรดจัด ก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา
ดินเค็มชายทะเล พบอยู่ตามชายฝั่งทะเลของภาคใต้และภาคตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 3.7 ล้านไร่ สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการอนุรักษ์ป่าเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพตามธรรมชาติเนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและเป็นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเค็มและน้ำกร่อย จำพวก กุ้ง หอย ปู ปลา ต่าง ๆ ไม่ควรปล่อยให้มีการตัดไม้ทำลายป่า แต่ถ้าประสงค์จะใช้ประโยชน์เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขโดยการยกร่องชะล้างเอาเกลือออกไป จัดการเกี่ยวกับระบบชลประทานให้มีระบบควบคุมน้ำ ก่อสร้างคันดินกั้นน้ำป้องกันมิให้น้ำทะเลเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งปลูกพืชประเภททนเค็ม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น